มีพันธุ์ไม้หลายชนิด นางพญาเสือโคร่งหรือซากุระเมืองไทย จันผา เมเปิ้ล กุหลาบพันปี กัลปพฤกษ์ มัลเบอรี่ ลำโพง สนสามใบ ไม้มงคล สอบถามโทร 063-7805646 ไอดีไลน์ arongkla หรือติดต่อทางเพจ www.facebook.com/phulomlo โดย หนุ่มเอ ร่องกล้า
วันเสาร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2556
ชมดอกกระเจียว ภูหินร่องกล้า
ที่ลานกางเต้นท์อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ขณะนี้ ดอกกระเจียว สีม่วง สีขาวอมสีชมพู กระจัดกระจายอยู่ตามลานหิน กำลังออกดอกเบ่งบานขึ้นมาเกือบเต็มพื้นที่ ในช่วงต้นฤดูฝนดอกกระเจียวจะเริ่มผลิบานช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนของทุกปี สำหรับปีนี้ ถือว่าเริ่มบานตามฤดูกาลปกติ หลังจากปี 2555 ที่ผ่านมา ดอกกระเจียวบนลานกางเต้นท์อช.ภูหินร่องกล้าบานเร็วมาก เริ่มบานตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2555 บานเร็วกว่าฤดูกาลปกติ สำหรับบรรยากาศหยุดเทศกาลวันวิสาขบูชา 24-26 พฤษภาคม 2556 มีนักท่องเที่ยวขึ้นไปพักบนอช.ภูหินร่องกล้าไม่มากนัก ส่วนมากจะพักที่บ้านพัก ยามเย็นที่ภูหินร่องกล้านักท่องเที่ยวที่ไปพักผ่อนรับอากาศเย็นๆ ที่ลานกางเต็นท์ ถึงเวลาพระอาทิตย์ใกล้ตก นักท่องเที่ยวจะพากันไปเดินเล่นที่ลานกางเต็นท์ถ่ายภาพดอกกระเจียว ขณะที่กุหลาบขาวที่ลานหินปุ่มและลานหินแตก ก็ยังคงบานชูช่อขาวสวยงามมาก
วันพฤหัสบดีที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2556
ภูหินร่องกล้าหน้าฝน
วันศุกร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
ภูหินร่องกล้าวันนี้
ภูหินร่องกล้า วันนี้ หลังจากที่ฝนหยุดไปแล้วเมื่อวานครับ วันนี้ตื่นมาอากาศดีมากครับ สดชื่น อุณหภูมิไม่หน่วมากอยู่ที่ 16 องศา วันนี้วันเสาร์ครับ มีนักท่องเที่ยวตามปกติ แต่ไม่มากเท่าที่ควร น่าจะเป็นเพราะฝนตกมา 2-3 วันที่ผ่านมา ส่วมมากนักท่องเที่ยวจะไปชมสถานที่เป็นจุดเด่นของอุทยานฯ เช่น ลานหินแตก ลานหินปุ่ม ผาชูธง แต่ก็มีไม่น้อยที่สนใจชมดอกซากุระ ที่ภูลมโล และไปภูร่องกล้า ชึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่ทำการครับ ท่านไหนอยากมาพักผ่อนกับบรรยากาศแบบสบายๆ เชิญเลยนะครับที่ภูหินร่องกล้าครับ เจ้าหน้าที่ยินดีบริการครับ...
วันเสาร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2556
เชิญชมดอกซากุระที่ภูลมโล บนภูหินร่องกล้า
ตอนนี้ดอกซากุระที่ภูลมโลกำลังเริ่มบานมากขึ้น หลังจากที่รอมานานกว่าหนึ่งเดือน ปีนี้ซากุระจะบานช้ากว่าทุกปีเนื่องจากสภาพอากาศที่มีฝนในเดือนธันวาคมและอากาศไม่หนาวเท่าที่ควร ตอนนี้เริ่มบานเยอะมากขึ้นแล้วและอากาศก็หนาวมากขึ้นด้วย เมื่อเช้า 6 องศา...
วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2555
นทท.แห่สัมผัสหนาว'ภูหินร่องกล้า
'
หยุดยาว! นทท.แห่สัมผัสอากาศหนาว แน่น 'ภูหินร่องกล้า' อุณหภูมิ 15 องศาฯ จนท.บริการเต้นท์-ผ้าห่มรองรับนักท่องเที่ยว
8 ธ.ค.55 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ในช่วงวันหยุดยาว (วันรัฐธรรมนูญ) 8-10 ธ.ค.55 มีนักท่องเที่ยวขึ้นไปเที่ยวบนอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้ามากเป็นพิเศษ เนื่องด้วยเป็นวันหยุดยาวและต้องการไปสัมผัสอากาศหนาว โดยอุณหภูมิบนที่ทำการอุทยานฯ ที่ระดับความสูง 1,200 เมตร อยู่ที่ 15 องศาเซลเซียส และมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง เพราะเริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวอย่างแท้จริง หลังจากประสบกับปัญหาสภาพอากาศแปรปรวนมาตลอดในช่วงปลายเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา โดยในช่วงนี้ความกดอากาศสูงจากจีนได้แผ่ปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งผลให้อุณหภูมิจะลดลงอีก 2-4 องศาเซลเซียส
นายสุวรรณ ภานุนำภา หัวหน้า อช.ภูหินร่องกล้า เปิดเผยว่า นักท่องเที่ยวเริ่มขึ้นมาตั้งแต่ช่วงเย็นของวันศุกร์ที่ 7 ธ.ค.55 เพื่อมาเที่ยวสัมผัสอากาศหนาวเย็นบน อช.ภูหินร่องกล้า ส่วนใหญ่จะมาเช่าบริการลานกางเต้นท์บริเวณที่ทำการอุทยานฯ ส่วนบ้านพักนั้นมียอดจองเต็มไปจนถึงช่วงวันหยุดส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่แล้ว ส่วนช่วงนี้ 8-10 ธ.ค.55 นักท่องเที่ยวเริ่มมากขึ้น และคาดว่าบนอุทยานฯนักท่องเที่ยวจะมากที่สุดในช่วงปลายเดือนธันวาคมต่อเนื่องไปจนถึงต้นเดือนมกราคม 2556 ส่วนใหญ่มารอชมปรากฏการณ์แม่คะนิ้ง หรือ น้ำค้างแข็ง ที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี ที่ระดับความสูง 1,400 เมตร
วันอังคารที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2555
เทศกาลท่องเที่ยวเริ่มต้นขึ้นแล้ว สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบธรรมชาติกับความหนาวเย็นของของภาคเหนือ อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าก็เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจเป็นอันดับต้นๆ ซึ่งดูจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้น ปีนี้ก็เช่นกันที่มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจมาเยือนภูหินร่องกล้า เพราะมีธรรมชาติที่สวยงามแปลกตา ประกอบกับประวัติศาสตร์อันเจ็บปวดของคนไทยที่รบกันเอง และอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งปี ถึงแม้ปีนี้จะมีฝนตกประปราย แต่ก็ยังมีนักท่องเที่ยวมาเยือนไม่ขาดสาย ... ปัจจุบันนี้อากาศที่ภูหินร่องกล้าเริ่มหนาวเย็นมากขึ้น ส่วนมากจะต่ำกว่า 20องศา คาดว่าเดือนปลายเดือนธันวาคม ถึง กุมภาพันธ์ อากาศจะหนาวเย็นมาก จนเกิดแม่คะนิ้งดังเช่นทุกปี ส่วนที่พักทางอุทยานฯได้มีบ้านพักและสถานที่กางเต็นท์ ไว้บริการนักท่องเที่ยวไว้เพียงพอสำหรับจำนวนหลายพันคน และกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว....
วันศุกร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2554
ขอเชิญโหลดเพลงเกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า..ร้องโดยเจ้าหน้าที่อุทยานฯ
ขอเชิญเพลงเกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า..ร้องและแต่งโดยเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เพื่อประชาสัมพันธ์และการอนุรักษ์สำหรับประกอบกิจกรรมนันทนาการ
เพลง กุหลาบขาวร่องกล้า โดย น้าเสือ ร่องกล้า http://www.4shared.com/audio/fJtPFYuG/__online.htm
เพลง ร่องกล้า โดย วงเพื่อนร่องกล้า http://www.4shared.com/audio/HxMnmbin/_online.htm
เพลง ภูหินร่องกล้า (ยุทธการ ร่องกล้า) โดย น้าเสือ ร่องกล้า http://www.4shared.com/audio/rK24ERiW/_online.htm
ยังไงลองฟังดูนะครับ.....หนุ่มเอ ร่องกล้า
เพลง กุหลาบขาวร่องกล้า โดย น้าเสือ ร่องกล้า http://www.4shared.com/audio/fJtPFYuG/__online.htm
เพลง ร่องกล้า โดย วงเพื่อนร่องกล้า http://www.4shared.com/audio/HxMnmbin/_online.htm
เพลง ภูหินร่องกล้า (ยุทธการ ร่องกล้า) โดย น้าเสือ ร่องกล้า http://www.4shared.com/audio/rK24ERiW/_online.htm
ยังไงลองฟังดูนะครับ.....หนุ่มเอ ร่องกล้า
วันเสาร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2554
ยืนยัน! รอยเท้าภูหินร่องกล้าเป็นมนุษย์โบราณ
8 ก.ย. - นักโบราณคดีตรวจพิสูจน์รอยเท้ามนุษย์กลางป่าลึก ในเขตอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ยืนยันเป็นรอยเท้ามนุษย์โบราณ
นักโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 6 จ.สุโขทัย เดินเท้าเข้าไปพิสูจน์รอยเท้ามนุษย์โบราณกลางป่าลึก หลังได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ว่าพบรอยเท้ามนุษย์ภายในเขตอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า พบเป็นรอยเท้าข้างขวา กว้างประมาณ 7 ซม. ยาว 25 ซม. อยู่ในแท่งหิน มีความลึกจากผิวก้อนหินประมาณ 2 ซม. มีสภาพสมบูรณ์ เจ้าหน้าที่จึงบันทึกขนาดและเก็บตัวอย่างชั้นหินไปตรวจสอบในห้องทดลองธรณี วิทยา คาดว่าจะทราบผลภายใน 1 เดือน
น.ส.รัตติยา ไชยวงศ์ นักโบราณคดี ยืนยันว่า รอยเท้าที่พบเป็นรอยเท้ามนุษย์จริง จึงเตรียมประสานผู้เชี่ยวชาญพิเศษเกี่ยวกับหลักฐานและร่องรอยมนุษย์ดึกดำ บรรพ์ ทำการสืบค้นความเป็นมาของพื้นที่ว่าอยู่ในช่วงใด เพราะก่อนหน้านี้มีการค้นพบหลักฐานเกี่ยวกับซากฟอสซิลมาแล้ว ขณะที่อุทยานฯ เตรียมพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัด - สำนักข่าวไทย
นักโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 6 จ.สุโขทัย เดินเท้าเข้าไปพิสูจน์รอยเท้ามนุษย์โบราณกลางป่าลึก หลังได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ว่าพบรอยเท้ามนุษย์ภายในเขตอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า พบเป็นรอยเท้าข้างขวา กว้างประมาณ 7 ซม. ยาว 25 ซม. อยู่ในแท่งหิน มีความลึกจากผิวก้อนหินประมาณ 2 ซม. มีสภาพสมบูรณ์ เจ้าหน้าที่จึงบันทึกขนาดและเก็บตัวอย่างชั้นหินไปตรวจสอบในห้องทดลองธรณี วิทยา คาดว่าจะทราบผลภายใน 1 เดือน
น.ส.รัตติยา ไชยวงศ์ นักโบราณคดี ยืนยันว่า รอยเท้าที่พบเป็นรอยเท้ามนุษย์จริง จึงเตรียมประสานผู้เชี่ยวชาญพิเศษเกี่ยวกับหลักฐานและร่องรอยมนุษย์ดึกดำ บรรพ์ ทำการสืบค้นความเป็นมาของพื้นที่ว่าอยู่ในช่วงใด เพราะก่อนหน้านี้มีการค้นพบหลักฐานเกี่ยวกับซากฟอสซิลมาแล้ว ขณะที่อุทยานฯ เตรียมพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัด - สำนักข่าวไทย
พบอีกน้ำตกแห่งใหม่สวยงามมากที่อช.ภูหินร่องกล้า
พบอีกน้ำตกแห่งใหม่สวยงามมากที่อช.ภูหินร่องกล้า
7 กันยายน 2554 นายไพรัช มณีงาม หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จ.พิษณุโลกพาสื่อมวลชน สำรวจน้ำตกที่ค้นพบแห่งใหม่ ลักษณะน้ำตกลงเหลือบ จากก้อนหินใหญ่ ริมเส้นทางภูหินร่องกล้า-ทับเบิก และต้องเดินเท้าลุยป่าเข้าไปชมระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร น้ำตกที่ค้นพบใหม่ เป็นน้ำตกขนาดกลาง ลักษณะ ไหลลงเหลือบ ขณะนี้ยังไม่ได้ตั้งชื่ออย่างเป็นทางการ อาจใช้ชื่อ น้ำตกลงเหลือบ หลังด้วยลักษณ์น้ำตก”ลงเหลือบ”เป็นน้ำตกที่มีธารน้ำอยู่ด้านล่าง ด้านบนเป็นแท่งหินขนาดใหญ่ นายไพรัช มณีงาม หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า เปิดเผยว่าพบน้ำตกแห่งใหม่อช.ภูหินร่องกล้า ปีนี้บนอุทยานฯมีฝนตกมาก จึงพบน้ำตกใหม่ๆเพียบ เมื่อต้นเดือนสิงหาคมก็สำรวจพบใหม่แล้ว 5 แห่ง ได้แก่ “น้ำตกรอดรู” “น้ำตกมณีงาม” น้ำตกสร้อยนารี น้ำตกไพรวัลย์ และน้ำตกสาวสนม ซึ่งปีปกติทั่วไปจะมีน้ำน้อย แต่ปีนี้ ปริมาณน้ำที่ไหลตลอดในช่วงหน้าฝน น้ำตกที่ค้นพบใหม่สวยงามมาก
7 กันยายน 2554 นายไพรัช มณีงาม หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จ.พิษณุโลกพาสื่อมวลชน สำรวจน้ำตกที่ค้นพบแห่งใหม่ ลักษณะน้ำตกลงเหลือบ จากก้อนหินใหญ่ ริมเส้นทางภูหินร่องกล้า-ทับเบิก และต้องเดินเท้าลุยป่าเข้าไปชมระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร น้ำตกที่ค้นพบใหม่ เป็นน้ำตกขนาดกลาง ลักษณะ ไหลลงเหลือบ ขณะนี้ยังไม่ได้ตั้งชื่ออย่างเป็นทางการ อาจใช้ชื่อ น้ำตกลงเหลือบ หลังด้วยลักษณ์น้ำตก”ลงเหลือบ”เป็นน้ำตกที่มีธารน้ำอยู่ด้านล่าง ด้านบนเป็นแท่งหินขนาดใหญ่ นายไพรัช มณีงาม หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า เปิดเผยว่าพบน้ำตกแห่งใหม่อช.ภูหินร่องกล้า ปีนี้บนอุทยานฯมีฝนตกมาก จึงพบน้ำตกใหม่ๆเพียบ เมื่อต้นเดือนสิงหาคมก็สำรวจพบใหม่แล้ว 5 แห่ง ได้แก่ “น้ำตกรอดรู” “น้ำตกมณีงาม” น้ำตกสร้อยนารี น้ำตกไพรวัลย์ และน้ำตกสาวสนม ซึ่งปีปกติทั่วไปจะมีน้ำน้อย แต่ปีนี้ ปริมาณน้ำที่ไหลตลอดในช่วงหน้าฝน น้ำตกที่ค้นพบใหม่สวยงามมาก
วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2554
พบรอยเท้ามนุษย์โบราณ บนภูหินร่องกล้า
พบรอยเท้ามนุษย์โบราณ ประทับบนหินร่องกล้า ตอกย้ำความเชื่ออุทยานภูหินฯ เคยอยู่ใต้ทะเลมาก่อนหลายล้านปี
ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (16 ส.ค.54) ว่า คณะทัวร์ป่าหน้าฝนของอุทยานภูหินร่องกล้า อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ที่เดินทางสำรวจท่องเที่ยวภายในอุทยานฯ ได้พบกับรอยเท้าบนหินก้อนใหญ่ ตามเส้นทางไปลานหินปุ่ม ตรงข้ามกับสะพานมรณะ จึงแจ้งให้นายศักดิ์ปรินทร์ สุรารักษ์ ผู้ช่วยอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า เข้าตรวจสอบพร้อมแจ้งผู้สื่อข่าวไปพิสูจน์จุดรอยเท้าบนหินดังกล่าว
โดยพบว่าบริเวณดังกล่าวมีรอยเท้าขนาดเล็ก คาดว่าเป็นรอยเท้ามนุษย์โบราณ 1 รอย ฝังอยู่บนลานหินก้อนหนึ่ง บนเขาสูง กลางป่าดิบชื้นสมบูรณ์ เพราะดูจากสภาพแวดล้อม ก้อนหินทรายดังกล่าวปกคลุมด้วยมอสและเฟิร์น ห่างจากถนนลาดยาง ตรงข้ามสะพานมรณะ 700 เมตร
ลักษณะทางกายภาพที่ปรากฏ คือ คล้านกับรอยเท้าคนข้างขวา ข้างเดียว เหมือนกับเหยียบย่ำบนพื้นโคลน แต่เจ้าหน้าที่อุทยานฯใช้มือสัมผัส ก็ต้องตกใจ เพราะมีร่องนิ้วครบทั้ง 5 นิ้ว ปรากฏชัดเจน หากเทียบเท้าของเจ้าหน้าที่ชายแล้ว คาดว่า เป็นรอยเท้าของผู้หญิงแน่นอน เพราะมีขนาดเล็กกว่า
นายไพรัช มณีงาม หัวหน้าอุทยานภูหินร่องกล้า เปิดเผยว่า รอยเท้ามนุษย์ ประทับบนหินที่ภูหินร่องกล้า ถือว่า แปลกประหลาด ยังไม่มีใครสังเกตเห็นมาก่อน แม้เจ้าหน้าที่อุทยานฯเดินสำรวจป่าหลายครั้ง ก็ไม่เคยพบ เพราะรอยเท้ามีหญ้าหรือมอสปกคลุม
“คงไม่มีใคร ลงทุนสร้างรอยเท้ามนุษย์ไปฝังบนเนินหินแน่นอน น่าจะเกิดโดยธรรมชาติ หากพิจารณาจากประวัติศาสตร์ภูหินร่องกล้า ก็ถือว่า ตอกย้ำความเชื่อที่ว่าอุทยานฯภูหินร่องกล้า เคยเป็นชั้นหินแล้วเกิดการสะสมตัวของตะกอนเม็ดกรวด เม็ดทรายใต้ท้องน้ำในยุคหลายล้านปีก่อน” หัวหน้าอุทยานฯเผย
ทั้งนี้ ตามข้อมูลธรณีวิทยาระบุว่า ลานหินแตกและลานหินปุ่ม ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวภายในอุทยานฯนั้น เป็นปรากฏการณ์ยุค 50 ล้านปีก่อน ที่มีการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก หินร่องกล้าถูกยกตัวสูงขึ้น เพราะถูกแรงบีบอัดสองด้านเกิดเป็นภูเขา ทำให้เกิดรอยแยกคือ ลานหินแตก ส่วนลานหินปุ่ม สันนิษฐานว่าเกิดจากการผุพังของชั้นหิน ต่อมาถูกน้ำกัดเซาะทำให้รอยแตกเป็นร่องลึกและกว้าง กลายเป็นรูปร่างกลมมน มองเห็นเป็นลานปุ่มเรียงราย
แต่รอยเท้า ที่เกิดขึ้นบนหินก้อนดังกล่าวนั้น ยังไม่สามารถระบุกันได้ว่า เกิดขึ้นได้อย่างไร มีเพียงการสันนิฐานกันว่า น่าจะเป็นร่องรอยมนุษย์ยุคหลายล้านปีก่อน แต่ ณ วันนี้ยังไม่มีนักวิชาการพิสูจน์แน่ชัด
ส่วนการจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมนั้น ยังลำบาก เพราะรอยเท้าอยู่บนเส้นทางป่ารกทึบ
ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (16 ส.ค.54) ว่า คณะทัวร์ป่าหน้าฝนของอุทยานภูหินร่องกล้า อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ที่เดินทางสำรวจท่องเที่ยวภายในอุทยานฯ ได้พบกับรอยเท้าบนหินก้อนใหญ่ ตามเส้นทางไปลานหินปุ่ม ตรงข้ามกับสะพานมรณะ จึงแจ้งให้นายศักดิ์ปรินทร์ สุรารักษ์ ผู้ช่วยอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า เข้าตรวจสอบพร้อมแจ้งผู้สื่อข่าวไปพิสูจน์จุดรอยเท้าบนหินดังกล่าว
โดยพบว่าบริเวณดังกล่าวมีรอยเท้าขนาดเล็ก คาดว่าเป็นรอยเท้ามนุษย์โบราณ 1 รอย ฝังอยู่บนลานหินก้อนหนึ่ง บนเขาสูง กลางป่าดิบชื้นสมบูรณ์ เพราะดูจากสภาพแวดล้อม ก้อนหินทรายดังกล่าวปกคลุมด้วยมอสและเฟิร์น ห่างจากถนนลาดยาง ตรงข้ามสะพานมรณะ 700 เมตร
ลักษณะทางกายภาพที่ปรากฏ คือ คล้านกับรอยเท้าคนข้างขวา ข้างเดียว เหมือนกับเหยียบย่ำบนพื้นโคลน แต่เจ้าหน้าที่อุทยานฯใช้มือสัมผัส ก็ต้องตกใจ เพราะมีร่องนิ้วครบทั้ง 5 นิ้ว ปรากฏชัดเจน หากเทียบเท้าของเจ้าหน้าที่ชายแล้ว คาดว่า เป็นรอยเท้าของผู้หญิงแน่นอน เพราะมีขนาดเล็กกว่า
นายไพรัช มณีงาม หัวหน้าอุทยานภูหินร่องกล้า เปิดเผยว่า รอยเท้ามนุษย์ ประทับบนหินที่ภูหินร่องกล้า ถือว่า แปลกประหลาด ยังไม่มีใครสังเกตเห็นมาก่อน แม้เจ้าหน้าที่อุทยานฯเดินสำรวจป่าหลายครั้ง ก็ไม่เคยพบ เพราะรอยเท้ามีหญ้าหรือมอสปกคลุม
“คงไม่มีใคร ลงทุนสร้างรอยเท้ามนุษย์ไปฝังบนเนินหินแน่นอน น่าจะเกิดโดยธรรมชาติ หากพิจารณาจากประวัติศาสตร์ภูหินร่องกล้า ก็ถือว่า ตอกย้ำความเชื่อที่ว่าอุทยานฯภูหินร่องกล้า เคยเป็นชั้นหินแล้วเกิดการสะสมตัวของตะกอนเม็ดกรวด เม็ดทรายใต้ท้องน้ำในยุคหลายล้านปีก่อน” หัวหน้าอุทยานฯเผย
ทั้งนี้ ตามข้อมูลธรณีวิทยาระบุว่า ลานหินแตกและลานหินปุ่ม ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวภายในอุทยานฯนั้น เป็นปรากฏการณ์ยุค 50 ล้านปีก่อน ที่มีการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก หินร่องกล้าถูกยกตัวสูงขึ้น เพราะถูกแรงบีบอัดสองด้านเกิดเป็นภูเขา ทำให้เกิดรอยแยกคือ ลานหินแตก ส่วนลานหินปุ่ม สันนิษฐานว่าเกิดจากการผุพังของชั้นหิน ต่อมาถูกน้ำกัดเซาะทำให้รอยแตกเป็นร่องลึกและกว้าง กลายเป็นรูปร่างกลมมน มองเห็นเป็นลานปุ่มเรียงราย
แต่รอยเท้า ที่เกิดขึ้นบนหินก้อนดังกล่าวนั้น ยังไม่สามารถระบุกันได้ว่า เกิดขึ้นได้อย่างไร มีเพียงการสันนิฐานกันว่า น่าจะเป็นร่องรอยมนุษย์ยุคหลายล้านปีก่อน แต่ ณ วันนี้ยังไม่มีนักวิชาการพิสูจน์แน่ชัด
ส่วนการจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมนั้น ยังลำบาก เพราะรอยเท้าอยู่บนเส้นทางป่ารกทึบ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)






