ดินแดนประวัติศาสตร์ มหัศจรรย์ธรรมชาติ

ดินแดนประวัติศาสตร์  มหัศจรรย์ธรรมชาติ
อุทยานแห่งชาติลำดับที่ 48 ของประเทศไทย ***ดินแดนประวัติศาสตร์ มหัศจรรย์ธรรมชาติ***

วันศุกร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2554

ขอเชิญโหลดเพลงเกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า..ร้องโดยเจ้าหน้าที่อุทยานฯ

ขอเชิญเพลงเกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า..ร้องและแต่งโดยเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เพื่อประชาสัมพันธ์และการอนุรักษ์สำหรับประกอบกิจกรรมนันทนาการ
เพลง กุหลาบขาวร่องกล้า โดย น้าเสือ ร่องกล้า http://www.4shared.com/audio/fJtPFYuG/__online.htm
เพลง ร่องกล้า โดย วงเพื่อนร่องกล้า http://www.4shared.com/audio/HxMnmbin/_online.htm
เพลง ภูหินร่องกล้า (ยุทธการ ร่องกล้า) โดย น้าเสือ ร่องกล้า http://www.4shared.com/audio/rK24ERiW/_online.htm
ยังไงลองฟังดูนะครับ.....หนุ่มเอ ร่องกล้า

วันเสาร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2554

ยืนยัน! รอยเท้าภูหินร่องกล้าเป็นมนุษย์โบราณ

8 ก.ย. - นักโบราณคดีตรวจพิสูจน์รอยเท้ามนุษย์กลางป่าลึก ในเขตอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ยืนยันเป็นรอยเท้ามนุษย์โบราณ
นักโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 6 จ.สุโขทัย เดินเท้าเข้าไปพิสูจน์รอยเท้ามนุษย์โบราณกลางป่าลึก หลังได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ว่าพบรอยเท้ามนุษย์ภายในเขตอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า พบเป็นรอยเท้าข้างขวา กว้างประมาณ 7 ซม. ยาว 25 ซม. อยู่ในแท่งหิน มีความลึกจากผิวก้อนหินประมาณ 2 ซม. มีสภาพสมบูรณ์ เจ้าหน้าที่จึงบันทึกขนาดและเก็บตัวอย่างชั้นหินไปตรวจสอบในห้องทดลองธรณี วิทยา คาดว่าจะทราบผลภายใน 1 เดือน

น.ส.รัตติยา ไชยวงศ์ นักโบราณคดี ยืนยันว่า รอยเท้าที่พบเป็นรอยเท้ามนุษย์จริง จึงเตรียมประสานผู้เชี่ยวชาญพิเศษเกี่ยวกับหลักฐานและร่องรอยมนุษย์ดึกดำ บรรพ์ ทำการสืบค้นความเป็นมาของพื้นที่ว่าอยู่ในช่วงใด เพราะก่อนหน้านี้มีการค้นพบหลักฐานเกี่ยวกับซากฟอสซิลมาแล้ว ขณะที่อุทยานฯ เตรียมพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัด - สำนักข่าวไทย

พบอีกน้ำตกแห่งใหม่สวยงามมากที่อช.ภูหินร่องกล้า

พบอีกน้ำตกแห่งใหม่สวยงามมากที่อช.ภูหินร่องกล้า
7 กันยายน 2554 นายไพรัช มณีงาม หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จ.พิษณุโลกพาสื่อมวลชน สำรวจน้ำตกที่ค้นพบแห่งใหม่ ลักษณะน้ำตกลงเหลือบ จากก้อนหินใหญ่ ริมเส้นทางภูหินร่องกล้า-ทับเบิก และต้องเดินเท้าลุยป่าเข้าไปชมระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร น้ำตกที่ค้นพบใหม่ เป็นน้ำตกขนาดกลาง ลักษณะ ไหลลงเหลือบ ขณะนี้ยังไม่ได้ตั้งชื่ออย่างเป็นทางการ อาจใช้ชื่อ น้ำตกลงเหลือบ หลังด้วยลักษณ์น้ำตก”ลงเหลือบ”เป็นน้ำตกที่มีธารน้ำอยู่ด้านล่าง ด้านบนเป็นแท่งหินขนาดใหญ่ นายไพรัช มณีงาม หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า เปิดเผยว่าพบน้ำตกแห่งใหม่อช.ภูหินร่องกล้า ปีนี้บนอุทยานฯมีฝนตกมาก จึงพบน้ำตกใหม่ๆเพียบ เมื่อต้นเดือนสิงหาคมก็สำรวจพบใหม่แล้ว 5 แห่ง ได้แก่ “น้ำตกรอดรู” “น้ำตกมณีงาม” น้ำตกสร้อยนารี น้ำตกไพรวัลย์ และน้ำตกสาวสนม ซึ่งปีปกติทั่วไปจะมีน้ำน้อย แต่ปีนี้ ปริมาณน้ำที่ไหลตลอดในช่วงหน้าฝน น้ำตกที่ค้นพบใหม่สวยงามมาก

วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2554

พบรอยเท้ามนุษย์โบราณ บนภูหินร่องกล้า

พบรอยเท้ามนุษย์โบราณ ประทับบนหินร่องกล้า ตอกย้ำความเชื่ออุทยานภูหินฯ เคยอยู่ใต้ทะเลมาก่อนหลายล้านปี

ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (16 ส.ค.54) ว่า คณะทัวร์ป่าหน้าฝนของอุทยานภูหินร่องกล้า อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ที่เดินทางสำรวจท่องเที่ยวภายในอุทยานฯ ได้พบกับรอยเท้าบนหินก้อนใหญ่ ตามเส้นทางไปลานหินปุ่ม ตรงข้ามกับสะพานมรณะ จึงแจ้งให้นายศักดิ์ปรินทร์ สุรารักษ์ ผู้ช่วยอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า เข้าตรวจสอบพร้อมแจ้งผู้สื่อข่าวไปพิสูจน์จุดรอยเท้าบนหินดังกล่าว

โดยพบว่าบริเวณดังกล่าวมีรอยเท้าขนาดเล็ก คาดว่าเป็นรอยเท้ามนุษย์โบราณ 1 รอย ฝังอยู่บนลานหินก้อนหนึ่ง บนเขาสูง กลางป่าดิบชื้นสมบูรณ์ เพราะดูจากสภาพแวดล้อม ก้อนหินทรายดังกล่าวปกคลุมด้วยมอสและเฟิร์น ห่างจากถนนลาดยาง ตรงข้ามสะพานมรณะ 700 เมตร

ลักษณะทางกายภาพที่ปรากฏ คือ คล้านกับรอยเท้าคนข้างขวา ข้างเดียว เหมือนกับเหยียบย่ำบนพื้นโคลน แต่เจ้าหน้าที่อุทยานฯใช้มือสัมผัส ก็ต้องตกใจ เพราะมีร่องนิ้วครบทั้ง 5 นิ้ว ปรากฏชัดเจน หากเทียบเท้าของเจ้าหน้าที่ชายแล้ว คาดว่า เป็นรอยเท้าของผู้หญิงแน่นอน เพราะมีขนาดเล็กกว่า

นายไพรัช มณีงาม หัวหน้าอุทยานภูหินร่องกล้า เปิดเผยว่า รอยเท้ามนุษย์ ประทับบนหินที่ภูหินร่องกล้า ถือว่า แปลกประหลาด ยังไม่มีใครสังเกตเห็นมาก่อน แม้เจ้าหน้าที่อุทยานฯเดินสำรวจป่าหลายครั้ง ก็ไม่เคยพบ เพราะรอยเท้ามีหญ้าหรือมอสปกคลุม

“คงไม่มีใคร ลงทุนสร้างรอยเท้ามนุษย์ไปฝังบนเนินหินแน่นอน น่าจะเกิดโดยธรรมชาติ หากพิจารณาจากประวัติศาสตร์ภูหินร่องกล้า ก็ถือว่า ตอกย้ำความเชื่อที่ว่าอุทยานฯภูหินร่องกล้า เคยเป็นชั้นหินแล้วเกิดการสะสมตัวของตะกอนเม็ดกรวด เม็ดทรายใต้ท้องน้ำในยุคหลายล้านปีก่อน” หัวหน้าอุทยานฯเผย

ทั้งนี้ ตามข้อมูลธรณีวิทยาระบุว่า ลานหินแตกและลานหินปุ่ม ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวภายในอุทยานฯนั้น เป็นปรากฏการณ์ยุค 50 ล้านปีก่อน ที่มีการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก หินร่องกล้าถูกยกตัวสูงขึ้น เพราะถูกแรงบีบอัดสองด้านเกิดเป็นภูเขา ทำให้เกิดรอยแยกคือ ลานหินแตก ส่วนลานหินปุ่ม สันนิษฐานว่าเกิดจากการผุพังของชั้นหิน ต่อมาถูกน้ำกัดเซาะทำให้รอยแตกเป็นร่องลึกและกว้าง กลายเป็นรูปร่างกลมมน มองเห็นเป็นลานปุ่มเรียงราย

แต่รอยเท้า ที่เกิดขึ้นบนหินก้อนดังกล่าวนั้น ยังไม่สามารถระบุกันได้ว่า เกิดขึ้นได้อย่างไร มีเพียงการสันนิฐานกันว่า น่าจะเป็นร่องรอยมนุษย์ยุคหลายล้านปีก่อน แต่ ณ วันนี้ยังไม่มีนักวิชาการพิสูจน์แน่ชัด

ส่วนการจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมนั้น ยังลำบาก เพราะรอยเท้าอยู่บนเส้นทางป่ารกทึบ

วันพฤหัสบดีที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2554

น้ำตกหมันแดง

เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ และสวยงามที่สุดของอุทยานฯ และการเข้าถึงทำได้ยากลำบากที่สุด โดยเฉพาะในฤดูฝน เนื่องจากเส้นทางลาดชันมาก และลื่น ต้องเดินเท้าเป็นระยะทาง 3.5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมง ไม่เพียงเท่านั้นยังเต็มไปด้วยทากที่คอยต้อนรับผู้มาเยือนอยู่เสมอ น้ำตกหมันแดงซ่อนตัวอยู่อย่างโดดเดี่ยวในป่าดิบ เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเดินป่า และรักการผจญภัย ควรติดต่อเจ้าหน้าที่นำทางก่อนเสมอ

โรงเรียนการเมือง การทหาร

โรงเรียนการเมืองการทหาร อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 6 กิโลเมตร สภาพป่ารกครึ้มหนาแน่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ด้านขวามือของถนนเป็นที่ตั้งของโรงเรียน ในอดีตใช้เป็นที่สำหรับให้การอบรมศึกษาตามแนวทางของลัทธิคอมมิวนิสต์ ในบริเวณนี้ประกอบด้วย ฝ่ายพลเรือน ฝ่ายพลาธิการ ฝ่ายทหารฝ่ายสื่อสาร สถานพยาบาล บ้านพัก โรงพิมพ์ขนาดเล็ก รวมทั้งหมดประมาณ 30 หลัง กระจายอยู่มีระเบียบภายใต้ร่มไม้เล็กใหญ่ ภายในบ้าน มีการแบ่งเป็นสัดส่วนดีกว่าบ้านของบรรดามวลชนรอบนอก มีแคร่นอน โต๊ะเขียนหนังสือ เครื่องใช้เหล่านี้ทำด้วยไม้ไผ่และไม้ซึ่งถากด้วยมือ บ้านบางหลังเริ่มผุพังเพราะถูกปล่อยให้ร้างหลังจากมวลชนได้มอบตัแล้ว นอกจากนี้บริเวณตอนกลางของโรงเรียนการเมือง ยังมีรถแทรกเตอร์จอดทิ้งไว้อยู่ 1 คัน เป็นรถ ดี 6 ของบริษัทพิฆเนตร ซึ่งถูกผกค. ยึดมาระหว่างการตัดถนนสาย นครไทย -

ด่านซ้าย นับเป็นหลักฐานของความรุนแรงชิ้นหนึ่ง

วันพุธที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ลานหินปุ่ม

อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 4 กิโลเมตร อยู่บริเวณริมหน้าผา เป็นลานหิน ซึ่งมีหินผุดขึ้นมาเป็นปุ่มไล่เลี่ยกัน สันนิษฐานว่าเกิดจากการสึกกร่อนตามธรรมชาติของหินทางเคมี และฟิสิกส์ ในอดีตลานหินปุ่มนี้ใช้เป็นที่พักฟื้นของคนไข้ในโรงพยาบาล เนื่องจากตั้งอยู่บนหน้าผามีลมพัดเย็นสบายเหมาะแก่การพักผ่อน

ผาชูธง

อยู่ห่างจากลานหินปุ่มประมาณ 500 เมตร เป็นหน้าผาสูงชัน สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้กว้างไกล โดยเฉพาะภาพพระอาทิตย์ตกดินที่มีความงดงามไม่แพ้จุดชมวิวอื่น บริเวณนี้ยังเคยเป็นที่ซึ่ง ผกค. ขึ้นไปชูธงแดง (ธงฆ้อนเคียว)ทุกครั้งเมื่อรบชนะทหารของรัฐบาล

ภูหินร่องกล้า

อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า มีพื้นที่ครอบคลุมรอยต่อสองจังหวัด คือ อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย และอำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ภูหินร่องกล้าเป็นแหล่งกำเนิดของประวัติศาสตร์การสู้รบอันยาวนานเป็นวีรกรรมของนักรบไทย ความขัดแย้งของลัทธิและแนวความคิดที่นำไปสู่ความสูญเสียเลือด ชีวิตและน้ำตา